จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะต่างจากจังหวัดอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่พื้นที่ของจังหวัดทั้งหมดเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย
จังหวัดที่ใกล้เคียงทางทิศเหนือ คือ จังหวัดพังงา ทางทิศตะวันออก คือ จังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ทั้งเกาะล้อมรอบด้วยมหาสมุทรอินเดีย และยังมีเกาะที่อยู่ในอาณาเขตของจังหวัดภูเก็ตทางทิศใต้และตะวันออก การเดินทางเข้าสู่ภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทางเดียวผ่านทางจังหวัดพังงา โดยข้ามสะพานสารสินและสะพานคู่ขนาน คือ สะพานท้าวเทพกระษัตรีและสะพานท้าวศรีสุนทร เพื่อเข้าสู่ตัวจังหวัด และทางอากาศโดยมีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตรองรับ ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ
คำว่า ภูเก็ต คาดว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า บูกิต(ในภาษามลายูแปลว่าภูเขา) หรือที่เคยรู้จักแต่โบราณในนาม เมืองถลาง
เดิมคำว่า ภูเก็ต นั้นใช้คำว่า ภูเก็จ อันแปลว่า เมืองแก้ว จึงใช้ตราเป็นรูปภูเขา(ภู)มีประกายแก้ว(เก็จ)เปล่งออกเป็นรัศมี (ดูตราที่ผ้าผูกคอลูกเสือ) ตรงกับความหมายเดิมซึ่งชาวทมิฬเรียก มณิครัม ตามหลักฐาน พ.ศ. 1568 ภูเก็ตเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดีย โดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ หนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของคลอดิอุส ปโตเลมี เมื่อประมาณ พ.ศ. 700 กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายูซึ่งต้องผ่านแหลม จังซีลอน หรือเกาะภูเก็ต(เกาะถลาง)นั่นเอง[ต้องการอ้างอิง]
จากประวัติศาสตร์ไทย ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตามพรลิงก์ อาณาจักรศรีวิชัย สืบต่อมาจนถึงสมัยอาณาจักรศิริธรรมนคร เรียกเกาะภูเก็ตว่า เมืองตะกั่วถลาง เป็นเมืองที่ 11 ใน 12 เมืองนักษัตร โดยใช้ตราเป็นรูปสุนัข จนถึงสมัยสุโขทัย เมืองถลางไปขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า ในสมัยอยุธยา ชาวฮอลันดาชาวโปรตุเกส และชาวฝรั่งเศส ได้สร้างสถานที่เก็บสินค้าเพื่อรับซื้อแร่ดีบุกจากเมือง(ถลาง)ภูเก็ต
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เกิดสงครามเก้าทัพขึ้น พระเจ้าปดุง กษัตริย์ของประเทศพม่าในสมัยนั้น ได้ให้แม่ทัพยกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ เช่น ไชยา นครศรีธรรมราช และให้ยี่หวุ่นนำกำลังทัพเรือพล 3,000 คนเข้าตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และเมืองถลาง ซึ่งขณะนั้นเจ้าเมืองถลาง (พญาพิมลอัยาขัน) เพิ่งถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงจัน ภรรยา และคุณมุก น้องสาว จึงรวบรวมกำลังต่อสู้กับพม่าจนชนะเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็น มณฑลภูเก็ต และเมื่อปี พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาล เปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต จนถึงปัจจุบัน
ตราประจำจังหวัด ภูเก็ต
แผ่นที่จังหวัดภูเก็ต
ภูเก็ต ไข่มุกแห่งอันดามัน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หรือว่าทางประวัติศาสตร์
ใครที่มาภูเก็ต อย่าลืมมาเที่ยวใน 10 ที่เที่ยวต่อไปนี้
ถ้าไม่ได้ไป... เดี๋ยวจะถือว่าไปไม่ถึงนะจ๊ะ
1. วัดฉลอง
วัดฉลอง หรือชื่อที่เรียกเป็นทางการ ก็คือ วัดไชยธาราม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต ถ้าใครมา ภูเก็ตจะต้องมาแวะนมัสการ หลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลอง เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ตัวเอง เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ กิตติศัพท์ในการรักษาโรค บุญญาบารมีและเมตตาธรรมที่สูงส่งของหลวงพ่อทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก เล่ากันว่าในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นถึงกับมีผู้ที่รอปิดทองตามแขนและขาของท่านจนแลดูเหลืองอร่าม ไปทั่วราว กับปิดทองพระพุทธรูปและแม้ว่าหลวงพ่อแช่มจะมรณภาพเป็นเวลานับหนึ่งร้อยปีมาแล้วก็ตาม ชื่อเสียงเกียรติคุณ และบารมีของท่านก็อยู่ในความทรงจำของผู้คนสืบมา
อีกทั้งที่วัดฉลองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี ประกาศเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา วัดฉลองแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใน ภูเก็ตอีกแห่งที่ ใครๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตจะต้องมาวัดแห่งนี้
อีกทั้งที่วัดฉลองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี ประกาศเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา วัดฉลองแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใน ภูเก็ตอีกแห่งที่ ใครๆ ที่มาเที่ยวภูเก็ตจะต้องมาวัดแห่งนี้
2. อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร
จากตัวเมืองภูเก็ตเข้าไปทางอำเภอถลาง ผ่านสี่แยกท่าเรือ จะเห็นอนุสาวรีย์ของสองวีรสตรีของไทย ตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่ในชุดโจงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มตะเบง-มาน มือทั้งสองถือดาบ ซึ่งวีรกรรมและผลงานของท่านนับเป็นแบบอย่างของหญิงไทย ที่ได้รับการยกย่องเป็นวีรสตรีเมืองถลาง ใครไปเที่ยวภูเก็ต อย่าลืมไปไหว้สักการะอนุสาวรีย์ของสองวีรสตรีของไทยด้วยนะ
3. วัดพระทอง (พระผุด)
เป็นอีกวัดหนึ่ง อยู่ อ.ถลาง ซึ่งอยู่คู่เมืองภูเก็ตมานาน ความพิเศษของวัดแห่งนี้คือพระพุทธรูปที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นที่เก็บวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ตสมัยก่อนอีกด้วย ตำนานพระผุดนี้มีประวัติว่า เมื่อคราวศึก พระเจ้าปะดุง ยกพลมาตีเมืองถลาง พ.ศ. 2328 ทหารพม่าพยายาม ขุดพระผุด เพื่อนำกลับไปพม่า แต่ขุดลงไปคราวใดก็มีฝูง แตนไล่ต่อยจนต้องละความพยายาม ต่อมาชาวบ้านได้นำทอง หุ้มพระพุทธรูป ที่ผุดจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ ดังปรากฎ อยู่จนถึงปัจจุบัน
4. แหลมพรหมเทพ
หากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ตแล้วไม่ได้มาชมอาทิตย์อัสดงที่ แหลมพรหมเทพ ถือว่ายังมาไม่ถึงหรือ เรียกว่า เป็นเป็นการท่องเที่ยวที่ยังไม่สมบูรณ์ตามแบบฉบับของการมาเที่ยวเมืิองภูเก็ต แหลมพรหมเทพจัดเป็นหนึ่งใน จุดชมอาทิตย์ตกก่อนใครที่สวยที่สุดในเมืองไทย เป็นแหลมที่อยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กม.มีลักษณะเป็นแหลมโค้งไล่ระดับทอดตัวสู่ท้องทะเล รอบข้างแวดล้อมด้วยต้นตาลที่ขึ้นแทรกอยู่เรียงรายตาม ต้นหญ้าที่พัดพลิ้วด้านขวาเป็นหาดในหานและเกาะมัน ส่วนด้านซ้ายจะมองเห็นหาดในยะซึ่งเป็นหาดเล็ก ๆโดย ทั่วไป นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเที่ยวหรือพักที่หาดใด พอช่วงใกล้เย็นพากันมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ หากมาเที่ยวในวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก หากมาในฤดูร้อนมีทุ่งหญ้าสีทองขึ้นปกคลุมสวยงามมาก มองเห็นเกาะแก้วน้อย เกาะแก้วใหญ่และเกามัน ส่วน ในฤดูฝนจะเป็น เป็นสีเขียวรอบๆ แหลมพรหมเทพเป็นโขดหินขนาดใหญ่ยามคลื่นลมแรงจะเห็นฟองคลื่นสีขาว กระทบโขดหินงดงามยิ่งนัก
5. หาดป่าตอง
เรียกได้ว่าครบ เมื่อมาที่หาดป่าตอง ทั้งที่พัก ห้างร้าน รีสอร์ทจำนวนมากคอยให้บริการ เป็นย่านที่คึกคักที่สุดของเกาะภูเก็ต ยามค่ำคืนก็มีตลาดนัดถนนคนเดินให้เดินกันไม่มีเบื่อ หรืออยากปลีกตัวหาที่เงียบๆ ชิลๆ กับเหล่าแก๊งค์ก็มีให้เลือกหากันได้ทุกรูปแบบ
6. หาดกะตะ - กะรน
คึกคักเป็นอันดับที่สองรองจากหาดป่าตอง ที่นี่ยังคงคับคั่งไปด้วยร้านอาหาร และที่พัก ชายหาดลงเล่นน้ำได้สบายๆ ฝรั่งนอนอาบแดดกันเป็นปลาหมึกเลยทีเดียว
7. หาดราไวย์
เป็นหาดที่มีร้านอาหารและร้านของฝากเรียงรายให้เลือกกันมากมาย เหมาะกับการนั่งกินอาหารริมทะเลมากกว่าเล่นน้ำ เพราะร้านอาหารแถวนี้อร่อยสุดๆ นะขอบอก!
8. หาดไม้ขาว
หาดไม้ขาวเป็นหาดเงียบสงบขึ้นชื่อของจังหวัดภูเก็ต ห่างจากสนามบินเพียงไม่กี่นาที ชายหาดนี้เป็นที่นิยมของเหล่าจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลออกมาวางไข่
9. เกาะเฮ
เกาะเฮ เกาะเล็กๆอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะที่น้ำทะเลใสแจ๋ว บรรยากาศสดใส นั่งเล่นนอนเล่นได้ทั้งวัน จะลงเล่นน้ำหรือจะเดินย่ำทรายละเอียดนุ่มเท้าไปตามริมหาดก็ชิลๆ ทั้งยังมีที่พักราคาย่อมเยาไว้บริการอีกต่างหาก เกาะเฮอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เดินทางไปเช้าเย็นกลับ โดยนั่งเรือสปีดโบ๊ทเพียง 10-15 นาที และโดยเรือหางยาวประมาณ 45 นาที ซึ่งเป็นเกาะที่เดินทางค่อนข้างสะดวกและเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก
10. เมืองเก่าภูเก็ต ชิโนโปรตุกีส
เมื่อเข้าสู่เขตเทศบาล เมืองภูเก็ตสิ่งแรกที่ผู้ไปเยือนจะรู้สึกสะดุดตาก็คือตึกเก่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านการค้าเก่าเเก่ของเมือง เป็นอาคารสไตล์ "ชิโนโปรตุกีส" ที่ผสมผสานเอาความเป็นศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเป็นเอกลักษณ์ ์ที่โดดเด่นของเมืองภูเก็ต ตึกเก่าเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วตัวเมืองภูเก็ต สามารถเดินชมได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอร่อยหลายเจ้าให้เที่ยวไปกินไปอย่างเพลิดเพลินและทางเทศบาลเมืองภูเก็ต ก็ได้เห็นถึงความสำคัญของ สถาปัตยกรรมเหล่านี้ โดยได้ทำการอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสนี้ไว้และจัดให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ของการท่องเที่ยว จัดให้มีเส้นทางเดินชมเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ สัมผัสกับความสวยงามของบ้านเรือนเก่าแก่ของภูเก็ตและสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส ที่สวยงามพร้อมๆกับได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ู่ของคนภูเก็ตและที่สำคัญอาหารอร่อยเลื่องชื่อการเดิน ชมเมืองเก่า เสน่ห์แห่ง ชิโนโปรตุกีส เป็นเส้นทางประวัติศาสต ์ที่ควรค่าแก่การศึกษายิ่ง
อ้างอิง:http://www.chillpainai.com/scoop/645/10-


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น