Facebook คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ โพสต์รูปภาพ โพสต์คลิปวิดีโอ เขียนบทความหรือบล็อก แชทคุยกันแบบสดๆ เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆ
Facebook เป็น social network ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งถ้าในต่างประเทศ ความยิ่งใหญ่ของ facebook มีมากกว่า Hi5 เสียอีก แต่ในประเทศไทยของเรา Hi5 ยังครองความเป็นเจ้าในด้าน social network ในหมู่คนไทย
ประวัติ Facebook
ไอเดีย เริ่มแรกในการตั้งชื่อ facebook นั้นมาจากโรงเรียนเก่าในระดับมัธยมปลายของมาร์ค ที่ชื่อฟิลิปส์ เอ็กเซเตอร์ อะคาเดมี่ โดยที่โรงเรียนนี้ จะมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มที่ชื่อว่า The Exeter Face Book ซึ่งจะส่งต่อ ๆ กันไปให้นักเรียนคนอื่น ๆ ได้รู้จักเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน ซึ่ง face book นี้จริงๆ แล้วก็เป็นหนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น จนเมื่อวันหนึ่ง มาร์คได้เปลี่ยนแปลงและนำมันเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ต
เมื่อประสบความสำเร็จขนาดนี้ ทั้งมาร์ค ดัสติน และ ฮิวจ์ ได้ย้ายออกไปที่ Palo Alto ในช่วงฤดูร้อนและไปขอแบ่งเช่า อพาร์ทเมนท์ แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นสองสัปดาห์ มาร์คได้เข้าไปคุยกับ ชอน ปาร์คเกอร์ (Sean Parker) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Napster จากนั้นไม่นาน ปาร์คเกอร์ก็ย้ายเข้ามาร่วมทำงานกับมาร์คในอพาร์ตเมนท์ โดยปาร์คเกอร์ได้ช่วยแนะนำให้รู้จักกับนักลงทุนรายแรก ซึ่งก็คือ ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Paypal และผู้บริหารของ The Founders Fund โดยปีเตอร์ได้ลงทุนใน facebook เป็นจำนวนเงิน 500,000 เหรียญสหรัฐฯ
ด้วยจำนวนสมาชิกหลายล้านคน ทำให้บริษัทหลายแห่งสนใจในตัว facebook โดย friendster พยายามที่จะขอซื้อ facebook เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในกลางปีพ.ศ. 2548 แต่ facebook ปฎิเสธข้อเสนอไป และได้รับเงินทุนเพิ่มเติมจาก Accel Partners เป็นจำนวนอีก 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในตอนนั้น facebook มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Facebook ยังมีการเติบโตอยู่ตลอดเวลา
ขั้นตอนการสมัครใช้งาน facebook
1. กรอกรายละเอียด ได้แก่ ชื่อและนามสกุลที่ท่านต้องการใช้ ใส่อีเมล์ ตั้งรหัสผ่าน ใส่วัน เดือน ปี เกิด และกด “ลงทะเบียน”
ท่านสามารถสมัครได้โดยการลงทะเบียนในหน้า www.facebook.com
*ถ้าไม่เคยมีอีเมล์สามารถไปดูวิธีการสมัครอีเมล์ฟรี ได้ที่หน้าสารบัญ
2. กรอกข้อความให้ตรงกับภาพที่ปรากฎ และกด “ลงทะเบียน”
กรอกข้อความที่ท่านเห็นลงในช่องว่างแล้วกดลงทะเบียน
3. หลังจากนั้น ระบบจะให้เราทำการยืนยันอีเมล์ว่าถูกต้องจริงหรือไม่
4. เมื่อเข้าไปสู่เมล์ของเรา ให้เข้าไปที่ “กล่องขาเข้า” แล้วเปิดเมล์ที่ Facebook ส่งมาให้ เพื่อยืนยันการสมัคร
5. วิธีการค้นหาเพื่อนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ (Address Book) ของเราทำได้โดยคลิ๊กคำว่า "ค้นหาเพื่อน"
ค้นหาเพื่อนใน facebook โดยผ่านทางอีเมล์ของเรา
6. ทำการใส่ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เมื่อเรากรอกข้อมูลส่วนตัวเช่นสถาบันการศึกษา หรือบริษัทที่เราทางานอยู่ ให้กด “บันทึก”
เนื่องจากเราใส่ชื่อมหาวิทยาลัย ระบบจึงทาการค้นหาคนที่ได้ใส่ข้อมูลมหาลัย เราสามารถขอ “เพิ่มเป็นเพื่อน” โดยการกดที่รูปที่เราต้องการ จะมีเครื่องหมายขึ้นมาดังภาพ หลังจากนั้นให้เรากด “เพิ่มเป็นเพื่อน”
ถ้าเรายังไม่มีรายชื่อเพื่อนในเครือข่าย เราสามารถทาการค้นหาคนที่เรารู้จัก หรือเราสามารถชวนเพื่อนของเราที่ยังไม่เคยใช้งาน facebook เข้ามาเป็นเครือข่ายของเราได้
หากต้องการเพิ่มใครเป็นเพื่อนใน facebook ให้คลิ๊กที่คำว่า "เพิ่มเป็นเพื่อน"
บน Facebook นั้น เราสามารถที่จะทำการอัพเดทสถานะของตัวเราเองได้ด้วยว่า ในตอนนี้เรากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ก็ได้ ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ที่ดีอีกข้อนึงเลยทีเดียว สำหรับเว็บเครือข่ายสังคม Facebook
7. อัพโหลดรูปถ่ายของท่านลงในหน้า facebook ของท่านได้โดยเลือก อัพโหลดรูปภาพ
8. เมื่อผ่านกระบวนการดังกล่าวข้างต้น ก็สามารถเริ่มต้นการใช้งานได้เลย
หน้าแรก facebook ของท่านที่พร้อมเริ่มต้นให้ได้ใช้งานแล้ว
การตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ ของ facebook ของท่าน
9. วิธีโพสต์สถานะทำได้โดยการใส่คำลงในช่องว่างแล้วกด "แบ่งปัน" ข้อความที่เราใส่ก็จะไปสู่หน้า facebook ของเพื่อนเรา
วิธีการโพสต์สถานะในหน้า facebook ให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงข้อความที่เราต้องการ
10. วิธีการลบโพสต์ที่เราไม่ต้องการให้ขึ้นในหน้าของเรา ด้วยเหตุผลต่างๆ สามารถทำได้โดยการคลิ๊กเครื่องหมาย x ที่มุมของโพสต์นั้นๆ ข้อความนั้นก็จะหายไปจาก facebook ทันที
วิธีการลบโพสต์ออกจากหน้า facebook ของเรา
11. วิธีการโพสต์รูปขึ้นใน facebook ทำได้โดยการเลือก "อัพโหลดรูปภาพ" จากนั้นก็ตั้งชื่ออัลบั้ม สถานที่ แล้วเลือก "สร้างอัลบั้ม" จากนั้นจึงเลือกภาพต่างๆ ที่ต้องการ ดังภาพด้านล่างนี้
รูปภาพท่านสามารถอัพโหลดไฟล์ JPG, GIF หรือ PHG ขนาดไม่เกิน 4 MB
เมื่อเรามี facebook เป็นของตัวเองแล้ว ต่อไปเราก็มาเริ่มรับบุญเผยแพร่บทความดีๆ มีสาระ ไปสู่หน้า facebook ของราผ่านทางเว็บ dmc.tv กันเลยดีกว่า
วิธีการค้นหา facebook ของ DMC.tv
ทำการค้นหา Facebook ของ www.dmc.tv ด้วยการ ใส่คำว่า dmc.tv ในช่องการค้นหาก็จะขึ้นดังภาพ
facebook ของ DMC.tv Dhamma Media Channel
รูปร่างของ facebook ของ dmc.tv
วิธีการแบ่งปันบทความดีๆ จาก DMC.tv Dhamma Media Channal ไปสู่หน้า Facebook ของท่าน เพื่อให้เพื่อนๆ ของท่านได้รับรู้ข่าวสาร บทความดีๆ จากเว็บไซต์ ทำได้โดยการ คลิ๊กเลือก "แบ่งปัน" แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงในช่องว่าง เพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจของผู้พบเห็น จากนั้นให้กด Share Link หรือ แชร์ ลิงค์
หน้าหลัก facebook ของ DMC.tv ที่มีการอัพเดทบทความต่างๆ ไว้ให้ท่านได้แชร์
ทำการกดแชร์ลิงค์ เพื่อแบ่งปันไปหน้า facebook ของท่าน
วิธีกด “ถูกใจ” ทำได้ดังภาพ เป็นการเผยแพร่บทความธรรมะดีๆ ไปสู่ผู้ใช้ Facebook ท่านอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไปนานาประเทศทางหนึ่งอีกด้วย
นอกจากการแชร์ลิงค์ไปหน้า facebook ของท่านแล้ว
ท่านยังสามารถกด "ถูกใจ" บทความนั้นๆ ได้อีกด้วย
ข้อดีของ FaceBook
1.FaceBook จะเป็นการสร้างเครือข่ายและจุดประกายด้านการศึกษาได้อย่าง
กว้างขวาง
หากใช้ได้อย่างถูกวิธี
2.ทำให้ไม่ตกข่าว คือทราบความคืบหน้า
เหตุการณ์ของบุคคลต่างๆและผู้ที่ใกล้ชิด
3.ผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายทางสังคม
แฟนคลับหรือผู้ที่มีเป้าหมายเหมือนกัน และทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้
4.สามารถสร้างมิตรแท้ หรือเพื่อนที่รู้ใจที่แท้จริงได้
ข้อเสียของ FaceBook
1.FaceBook เป็นการขยายเครือข่ายทางสังคมในโลกอินเตอร์เนต
ดังนั้นการมีเพิ่มเพื่อนเครือข่ายที่ไม่รู้จักดีพอ จะทำให้เกิดการลักลอบขโมยข้อมูล
หรือการแฝงตัวของขบวนการหลอกลวงต่างๆได้
2.เพื่อนทุกคนในเครือข่ายสามารถเขียนข้อความต่างๆลง
Wall ของ FaceBook ได้แต่หากเป็นข้อความที่เป็นความลับ
การใส่ร้ายกัน หรือแฝงไว้ด้วยการยั่วยุต่างๆ จะทำให้ผู้อ่านที่ไม่มีวุฒิภาวะพอ
หลงเชื่อ เกิดความขัดแย้ง และปัญหาตามมาในภายหลังได้
3.Facebook อาจเป็นช่องทางในการสร้างสังคมแห่งการนินทา
หรือการยุ่งเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะสังคมที่ชอบสอดรู้สอดเห็น
4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่รู้จักดีพอ
เช่นการลงรูปภาพของครอบครัวหรือลูก อาจนำมาเรื่องปัญหาการปลอมตัว
หรือการหลอกลวงอื่นๆที่คาดไม่ถึงได้
5.เด็กๆที่ใช้เวลาในการเล่น
Facebook มากเกินไป จะทำให้เสียการเรียน
6.ในการสร้างความผูกพันและการปรับตัวทางสังคมเป็นการพบปะกันในโลกของความจริง
มากกว่าในโลกอินเตอร์เนต
ดังนั้นผู้อยู่ในโลกของไซเบอร์มากเกินไปอาจทำให้มีปัญหาทางจิต
หรือขาดการปรับตัวทางสังคมที่ดี โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเล่น FaceBook ตั้งแต่ยังเด็ก
7.FaceBook อาจเป็นแรงขับให้มีการพบปะทางสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงที่น้อยลงได้
เนื่องจากทราบความเคลื่อนไหวของผู้ที่อยู่ในเครือข่ายอย่างตลอดเวลา
8.นโยบายของบางโรงเรียน
บางมหาวิทยาลัย บางครอบครัวหรือในบางประเทศมีปัญหามากมายที่เกิดจากFaceBook
ทำให้ FaceBook ไม่ได้รับการอนุญาตให้มีในหลายพื้นที่
วีดีโอสอนการสมัครใช้งานเฟสบุ๊ค
วีดีโอสอนการใช้งานเฟสบุ๊คเบื้องต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น