เครือข่ายสังคมออนไลน์กับห้องเรีย
หากจะตั้งคำถามว่า มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก facebook
คงจะสามารถเดาคำตอบได้ว่าคงมีจำนวนน้อยมากที่ไม่รู้จัก
หรือบางครั้งในกลุ่มสนทนาหนึ่งๆ
ก็จะเป็นร้อยทั้งร้อยที่รู้จักและใช้งานอยู่
การคาดเดาปริมาณคนที่จะตอบว่ารู้จักหรือเคยใช้ในจำนวนมากไม่ใช่เรื่องเกิน
จริงครับ เนื่องจากสถิติของคนที่ใช้ facebook ทำให้สามารถคาดคะเนได้ชัดเจน
คือ ในปีปัจจุบัน 2554 คนที่ใช้ facebook ทั่วโลกมีจำนวนถึง 800 ล้านคน
ซึ่งจำนวนนี้เป็นผู้ใช้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากในปี 2553 ถึง 56 ล้านคน
(ข้อมูลจากเว็บไซด์ http://thumbsup.in.th)
ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรูปแบบการสื่อสารภายใต้เครือข่าย
สังคมออนไลน์ ทั้งนี้ยังมีเว็บไซด์อื่นที่มีลักษณะนี้ ซึ่งเรียกว่า Social
Networking Service (SNS) ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายอีกมาก
ซึ่งยืนยันถึงการเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตสำหรับคนยุคปัจจุบันของคำว่า
เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social network)
และแน่นอนว่าเมื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนมาก
ขึ้น
ก็ย่อมจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาหรือแม้กระทั่งในห้องเรียนด้วย
เช่นกัน
ดังนั้นบุคลากรการศึกษาจึงจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจและเท่าทันในเรื่อง
นี้เช่นกัน
รู้จักกับ Social network
Social network หรือในคำภาษาไทยที่มีใช้กัน เช่น เครือข่ายสังคม
เครือข่ายสังคมออนไลน์ เครือข่ายมิตรภาพ กลุ่มสังคมออนไลน์
เป็นผลที่เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีเว็บในระยะที่ 2 (WEB 2.0)
ก่อให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างกลุ่มคนที่รวมกันบนเครือข่ายอินเตอร์
เน็ต
การรวมตัวกันของกลุ่มคนซึ่งมีโครงสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมตามทฤษฏีเครือ
ข่าย (Network theory) คือประกอบด้วยส่วนที่เป็น จุด (Node)
และส่วนของความสัมพันธ์ (Ties หรือ Relationship) ทั้งนี้ จุด (Node)
เปรียบเสมือนคนๆ
หนึ่งในระบบเครือข่ายที่อาจจะมีลักษณะความสัมพันธ์หลายรูปแบบกับคนอื่นๆ
ลักษณะความสัมพันธ์ในเครือข่ายออนไลน์จะเรียกว่า Social contacts
สำหรับอุปกรณ์ เครื่องมือเพื่อการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์
การโต้ตอบหรือใช้บริการในเครือข่ายสังคมออนไลน์
ทั้งในระบบเว็บหรือระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหลายจะรวมเรียกว่า Social
Media (Andreas Kaplan.2008) นักวิชาการหลายท่านได้นิยาม Social Media
ไว้ว่าเป็น
กลุ่มของแอพพลิเคชั่นบนอินเทอร์เน็ตที่สร้างบนระบบความคิดอันเป็นรากฐานของ
สังคมและทางเทคโนโลยี ด้วยแนวความคิดของ Web 2.0
และเปิดให้คนแลกเปลี่ยนเนื้อหาที่เกิดจากผู้ใช้”
ความหมายของมันจึงเป็นการพูดถึงบริการต่างๆ ที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว เช่น
Facebook, Twitter, Google+, LinkedIn ฯลฯ ดังรูปข้างล่าง
บทบาทของ Social network ต่อการจัดการในชั้นเรียน
ด้วยลักษณะสำคัญของ Social network คือ
การมีปฏิสัมพันธ์ของคนในระบบเครือข่าย
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่เมื่อมีปริมาณจำนวนคนในเครือข่ายจำนวนมากจะนำไป
สู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมจริงได้
รูปข้างล่างแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้เป็นอย่าง
ดี
หากจะจำแนกลักษณะของ Social network ที่ถูกนำเสนอผ่านทาง Social media สามารถสรุปได้ดังนี้คือ
1)การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือภายในเครือข่าย
โดยผู้ใช้สร้างโปรไฟล์ของตนเอง และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เช่น
facebook, Myspace เป็นต้น
2)การเผยแพร่ความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะอยู่ในลักษณะของเว็บบล็อกต่างๆ
3)การเผยแพร่ข้อความสั้น เช่น twitter เป็นต้น
4)การเพิ่มเติมข้อมูลความรู้ต่างๆ เช่น เว็บ wikipedia
5)การเผยแพร่เนื้อหาเฉพาะ การเผยแพร่ภาพ เสียง วีดิโอ เช่น เว็บ youtube , Flickr เป็นต้น
ด้วยความหลากหลายของการเผยแพร่ข้อมูลไปยังผู้ใช้จำนวนมาก
เป็นผลให้มีการนำ Social network ไปใช้ในงานต่างๆ
และที่เห็นผลเป็นรูปธรรมมาก เช่น
ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของบารัก โอบามา
ซึ่งสามารถสร้างกระแสนิยมได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสำคัญในหลายประเทศ เช่น ประเทศซีเรีย อียิปต์
หรือแม้กระทั่งการก่อการจราจลในประเทศอังกฤษ Social network
ถูกนำเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในขณะเดียวกันเหตุการน้ำท่วมของประเทศไทย
เครือข่ายสังคมออนไลน์ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ
ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดย twitter
ซึ่งช่วยให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือและผู้ให้ความช่วยเหลือติดต่อสื่อสารกัน
ได้อย่างรวดเร็ว เพียงการใช้แท็ก (tag) ร่วมกัน หรือการเผยแพร่ข้อมูลต่อๆ
กันไป
ด้วยข้อมูลจำนวนมากที่ถูกนำเสนอในเครือข่ายสังคมออนไลน์หากนำมาสู่การ
จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนย่อมก่อให้เกิดผลสำคัญในหลากหลายลักษณะเช่นกัน
เช่น
1)การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสังคมในชั้นห้องเรียน เนื่อง
จากบรรยากาศของเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสารผ่านภายมิติความสัมพันธ์ของคนในเครือข่าย
ด้วยเหตุนี้เมื่อทั้งผู้สอนและผู้เรียนเข้าสู่การสร้างความสัมพันธ์ภายใน
ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ก็จะนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ในสังคมจริงในทิศ
ทางที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น
ซึ่งเป็นผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพจริง
นอกจากนี้ลักษณะการนำเสนอข้อมูล สถานภาพที่เป็นปัจจุบัน
ทำให้ทั้งผู้สอนสามารถติดตามพฤติกรรมและประสานข้อมูลได้อย่างทันท่วงที
2)การกระตุ้นให้เกิดการศึกษาค้นคว้า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่กว้างขวาง การ
ตั้งประเด็นแลกเปลี่ยน ข้อสงสัยต่างๆ
ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ทำได้อย่างทันท่วงที
และเป็นเครื่องมือสำหรับผู้สอนในการกระตุ้นผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกันผู้สอนสามารถนำเสนอเนื้อหาใหม่ๆ
ได้อย่างต่อเนื่องและผู้เรียนสามารถติดตามได้อย่างต่อเนื่อง
3)การส่งเสริมการศึกษาตามความสนใจและความถนัด เครือ
ข่ายสังคมออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของเว็บบล็อกเป็นระบบที่ส่งเสริม
การเผยแพร่ผลงานตามความถนัดและความสนใจของทั้งผู้สอนและผู้เรียน
อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4)การส่งเสริมการบันทึกและการอ่าน การเผยแพร่ผ่าน
เครือข่ายสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ผ่านรูปแบบของข้อเขียนในหลายลักษณะ เช่น
ข้อความสั้นในระบบ twitter ข้อความปานกลางของเว็บ facebook หรือข้อความยาวๆ
ของระบบเว็บบล็อก เป็นต้น
ในขณะเดียวกันเครือข่ายสังคมออนไลน์ก็มีข้อเสียที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้
ใช้ด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียนที่อาจจะมีความจำเป็นที่ผู้ปกครองจะต้องให้
การดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น
1)การใช้งานเพื่อความบันเทิง เกมมากกว่าการศึกษาค้นคว้า
ทั้งนี้ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่นใน facebook จะประกอบด้วยเกมต่างๆ
มากมาย และส่วนใหญ่ต้องการใช้เวลาในการเล่นที่ต่อเนื่อง
2)ความจำเป็นของอุปกรณ์การสื่อสาร
ซึ่งส่วนใหญ่มีราคาแพงและมีค่าใช้จ่ายที่ต่อเนื่อง
และหากผู้สอนใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการนำเสนอข้อมูลไปยังผู้เรียนเป็น
หลักอาจจะก่อให้การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลของผู้เรียนได้
3)การรับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการขาดวิจารณญาณในการข้อมูล
ทั้งนี้เมื่อผู้เรียนเข้าสู่การเรียนรู้ในเครือข่ายสังคมออนไลน์
แหล่งการรับข้อมูลจะไม่สามารถจำกัดไว้เพียงจากผู้สอนเท่านั้น
ซึ่งจำเป็นที่ผู้สอนจะต้องย้ำถึงแนวทางการตรวจสอบข้อมูลให้กับผู้เรียน
4)การขาดวิจารณญาณในการนำเสนอข้อมูล เนื้อหาของผู้เรียน ด้วยความสะดวก
รวดเร็วในการเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ จะพบว่า
หลายครั้งทำให้หลายคนขาดความยั่งคิดในการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร
ภาพหรือเหตุการณ์ต่างๆ และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา
แนวปฏิบัติเพื่อการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในชั้นเรียน
เมื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อด้อย
แต่เป็นการยากที่ผู้สอนจะปฏิเสธการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้
ด้วยเหตุนี้ผู้สอนควรมีแนวปฏิบัติสำคัญเพื่อให้การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
มีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ ดังนี้
1)ควรศึกษาธรรมชาติของระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่จะนำมาใช้อย่างชัดเจน
2)ควรศึกษาความพร้อมของผู้เรียนในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
3)เป็นต้นแบบที่ดีในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
4)ติดตามพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้เรียนอย่างใกล้ชิด
5)สร้างเครือข่ายผู้สอนและผู้ปกครองเพื่อประสิทธิภาพของการดูแลผู้เรียนในเครือข่ายสังคมออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น