ระบบสารสนเทศกับการบริหารสถานศึกษา
ปัจจุบันการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กัน มากขึ้น ในระดับสถาบันการศึกษามีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคของการปฏิรูปการศึกษา โดยมุ่งหวังให้การปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จ ในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การเตรียมการพัฒนาระบบสารสนเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศ เป็นกระบวนการของการวิเคราะห์และออกแบบระบบ การจัดหา การติดตั้งการประเมินระบบ ตลอดจนกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบสารสนเทศในอนาคต เพื่อให้สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาระบบสารสนเทศในอนาคต เพื่อให้สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในสถานศึกษาทั้งการบริหาร การเรียนการสอน และการบริการจะขึ้นอยู่กับผู้บริหารเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานเตรียมความพร้อมในการพัฒนาระบบสารสนเทศในสถานศึกษา ประสบความสำเร็จ
1.บุคลากร
การเตรียมบุคลากรให้พร้อมทั้งผู้บริหาร ครูอาจารย์ และนักเทคโนโลยี
เป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาระบบสารสนเทศ
โดยจะต้องสร้างเจตคติที่ดีต่อระบบสารสนเทศ
และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดยการพัฒนาตนเอง
และจัดการฝึกอบรม
2.การวางแผน ตั้งคณะทำงานวางแผน การสร้าง
และการพัฒนาระบบสารสนเทศ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนแหล่งสนับสนุนต่าง ๆ
โดยคณะทำงานอาจประกอบด้วย ผู้บริหาร ครูอาจารย์ นักออกแบบระบบ
และผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก แล้วนำแผนเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ
3.งบประมาณ
เตรียมการด้านเงินงบประมาณที่จะใช้ในการสร้าง พัฒนาระบบสารสนเทศ
และการพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการปรับปรุงในอนาคต หากสถานศึกษามีงบประมาณจำกัด
อาจต้องพิจารณาแหล่งสนับสนุน ทั้งเงิน เครื่องคอมพิวเตอร์
และอุปกรณ์ประกอบจากแหล่งต่าง ๆ
เพื่อให้การพัฒนาระบบสารสนเทศบรรลุผลตามแผนที่วางไว้
การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในสถานศึกษาด้านต่าง ๆ
การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในสถานศึกษาด้านต่าง ๆ ทั้งงานวิชาการ
งานกิจการนักเรียน งานบุคลากร งานธุรการ การเงิน พัสดุ และครุภัณฑ์
งานอาคารสถานที่ และงานชุมชน
งานแต่ละงานจะเกี่ยวข้องกับบุคลากรทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ดังนี้
1.ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในงานวิชาการ
ระบบสารสนเทศสำหรับงานวิชาการ จะมีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับหลักสูตร
แผนการเรียนการสอน คู่มือ สื่อการเรียนรู้ ตารางสอน
และผลการเรียนของผู้เรียนทุกวิชา
สามารถนำมาใช้ประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้อาจมี CD-ROM
บทเรียนสำเร็จรูป และความรู้ต่าง ๆ เพื่อเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ครูสามารถเรียกใช้ข้อมูลทางวิชาการได้ตลอดเวลา
2.ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในงานกิจการนักเรียน
ระบบสารสนเทศสำหรับงานกิจการนักเรียน จะมีทะเบียนผู้เรียน
มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับประวัติผู้เรียนทุกคน ความสนใจ ความถนัด
ความประพฤติลักษณะนิสัย ฐานะทางเศรษฐกิจ สภาพครอบครัว การกระทำความดี
การกระทำความผิด ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาครอบครัว การทำงานหารายได้พิเศษ
สถิติการมาเรียน สถานที่อยู่อาศัย ชื่อและที่อยู่ของผู้ปกครอง
และชื่อเพื่อนสนิท ตลอดจนปัญหาและความต้องการของผู้เรียน
ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารงานกิจการนักเรียน
ทั้งการให้บริการและสวัสดิการแก่ผู้เรียน
ความร่วมมือกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเหลือ แก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียน
ครูอาจารย์สามารถศึกษาเกี่ยวกับผู้เรียน เพื่อนำมาใช้ในการให้คำปรึกษา
แก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียน
3.ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในงานบุคลากร
ระบบสารสนเทศสำหรับงานบุคลากร
จะมีทะเบียนประวัติครูและบุคลากรในสถานศึกษาทุกคน
มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา
ประวัติการฝึกอบรม ประวัติการทำงาน ประวัติเงินเดือนและสวัสดิการ ความถนัด
ความสนใจ และความสามารถพิเศษ
ตลอดจนอัตรากำลังคนในปัจจุบันและแผนกำลังคนในอนาคต
สามารถนำสารสนเทศนี้มาใช้ประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูง
ทั้งการสรรหา การพัฒนา การรักษาไว้ และการใช้ประโยชน์จากบุคลากร
4. ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในงานธุรการ
การเงิน พัสดุ และครุภัณฑ์ ระบบสารสนเทศสำหรับงานธุรการ การเงิน
พัสดุและครุภัณฑ์
จะมีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับการปฏิบัติงาน
แบบฟอร์มงานสารบรรณทะเบียนหนังสือราชการ
รายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา
รายรับรายจ่ายเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การเบิกจ่ายเงิน
การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายพัสดุ ทะเบียนครุภัณฑ์ สามารถนำสารสนเทศนี้
มาใช้ประโยชน์ในการบริหารงานธุรการและการเงินให้มีประสิทธิภาพสูง
ทั้งการวางแผนงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
และการอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการแก่บถคลากรภายในสถานศึกษา
ตลอดจนบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5.ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในงานอาคารสถานที่
ระบบสารสนเทศสำหรับงานอาคารสถานที่จะมีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับแผนผังอาคาร
และบริเวณ รายการห้องต่าง ๆ เช่น ห้องทำงาน ห้องประชุม ห้องเรียน
ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด ห้องสื่อการเรียน ห้องอาหาร ห้องกีฬาในร่ม ฯลฯ
ตารางและสถิติการใช้ห้อง ประวัติการซ่อมบำรุง
แผนการสร้างอาคารและตกแต่งบริเวณ ซึ่งสามารถนำสารสนเทศนี้
มาใช้ประโยชน์ในการบริหารงานอาคารสถานที่ ทั้งด้านการวางแผนในอนาคต
การจัดสภาพแวดล้อม
และใช้อาคารสถานที่เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ตลอดจนการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและประหยัด
6. ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในงานชุมชน
ระบบสารสนเทศสำหรับงานชุมชน
จะมีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับแผนที่แสดงที่ตั้งสถานศึกษาและสถานที่อื่น ๆ
ที่ใกล้เคียง แผนผังชุมชนรอบสถานศึกษา แหล่งเรียนรู้ในชุมชน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น บุคคลสำคัญในชุมชน สภาพปัจจุบัน ปัญหา
และความต้องการของชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และประเพณี
รวมทั้งสร้าง Website ของสถานศึกษา
จากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้
จะเห็นว่าระบบสารสนเทศกับการบริหารสถานศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ
ปฏิบัติงานและการบริหารงานในปัจจุบัน
เราอาจสรุปความสำคัญของเทคโนโลยีบริหารการศึกษาได้ดังต่อไปนี้
- ระบบสารสนเทศกับการบริหารสถานศึกษาทำให้การบริหารจัดการของผู้บริหารการศึกษามีความสะดวกรวดเร็วและมีคุณภาพ
- ระบบสารสนเทศกับการบริหารสถานศึกษาทำให้การสื่อสารและการประสานงานด้านการบริหารการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาสะดวกรวดเร็ว
- ระบบสารสนเทศกับการบริหารสถานศึกษาทำให้พัฒนาการด้านการศึกษาของประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่นและมั่นคง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น